Latest blog posts

ibcbet Ed Sheeran

Ed Sheeran ศิลปินรุ่นใหม่มาแรงของอังกฤษที่ไม่ได้มาพร้อมหน้าตาหล่อเหลา หุ่นนายแบบสุดเท่ ibcbet  แต่เมื่อได้ฟังงานเพลงของหนุ่มวัย 23 คนนี้ต้องบอกว่าโคตรหล่อกับงานในแนวป๊อปร็อกที่เน้นเสียงกีตาร์โปร่งเป็นเครื่องดนตรีหลัก ใส่สีสันของวงที่หลากหลายและมีความโดดเด่นชนิดที่เรียกว่าส่งให้หนุ่มคนนี้กลายเป็นนักแต่งเพลงและศิลปินแถวหน้าๆ ของวงการเพลงฝั่งอังกฤษในเวลาแค่ปีเดียว หลังจากอัลบั้มแรกในชื่อ ‘+’ (Plus) พร้อมด้วยซิงเกิลแบบจริงจังยาวข้ามปีไล่เรียงตั้งแต่ ‘The A Team’, ‘You Need Me I Don’t Need You’,‘Lego House’, ‘Drunk’ และ ‘Give Me Love’ พร้อมด้วยการไปแต่งเพลงให้ศิลปินดังหลายคน และการออกทัวร์คอนเสิร์ตกับ TaylorSwift มีเพลงที่ทั้งคู่ร่วมงานกันอย่าง ‘Everything Has Changed’ กระทั่งเป็นข่าวว่าทั้งคู่คบหากันในฐานะเพื่อนสนิทที่เกินเพื่อนอีกด้วย Ed Sheeran กลับมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 ซึ่งก็ยังใช้ชื่อเป็นสัญลักษณ์เหมือนเดิมว่า ’X’ (Multiply) ที่แปลว่า “คูณ” (อัลบั้มหน้าอาจชื่อ ‘ลบ’ ‘หาร’)

ในภาพรวมก็ยังมีทั้งเพลงช้าในแนวอะคูสติกที่ไพเราะเข้าถึงอารมณ์แบบสุดๆ ibcbet  อย่าง ‘One’, ‘Photograph’,‘Bloodstream’, ‘Tenerife Sea’, Thinking Out Loud’, ‘Even My Dad Does Sometimes’ และ ‘I See Fire’ ที่ต้องบอกว่าตัดเป็นซิงเกิลฮิตได้ทุกเพลง นอกจากนั้นก็มีเพลงจังหวะกลางฟังชิลๆ อย่าง ‘I’m a Mess’, ‘Don’t’, ‘Afire Love’ แต่ที่เป็นความต่างจากงานชุดแรกเต็มๆ คือเพลง ‘Sing’ ที่เขาร่วมงานกับ Pharrell Williams ทำเพลงออกมาเป็นอะคูสติกกับกลิ่นอายฟังกี้และซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์แบบเนียนๆ นอกจากเพลงช้าและเพลงจังหวะกลาง หนึ่งในจุดเด่นของ Ed Sheeran ก็คือเพลงในแนวอะคูสติกแร็พ อย่างอัลบั้มนี้ก็มีเพลง ‘The Man’ ที่ชวนให้นึกถึงสไตล์ของ Eminem กับ ‘Take It Back’ เพลงที่เนื้อเพลงประโยคแรกออกตัวว่าเขาไม่ใช่แร็พเปอร์แต่เฮียแกแร็พซะกระฉูดทั้งเพลง Ed Sheeran ทำให้เห็นอีกครั้งว่าดนตรีป๊อปร็อกที่ใช้กีตาร์โปร่งเป็นหลักไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเดิมๆ และนี่เป็นการแหวกออกนอกกรอบที่ฟังเพลินยิ่งกว่าอัลบั้มของศิลปินป๊อปที่พยายามจะทำเพลงให้ฮิตตามกระแสเสียอีก

Published: 29. 10. 2014

Jason Mraz กลับมาอีกครั้ง sbo

Jason Mraz กลับมาอีกครั้งด้วยงานเพลงอะคูสติกสุดชิล sbo เป็นหนึ่งในศิลปินที่เปลี่ยนแนวเพลงไปตามวัยและความสนใจของตัวเองอย่างแท้จริงสำหรับ Jason Mraz หนุ่มจากเวอร์จิเรียที่มุ่งมาทางสายงานเพลงตั้งแต่แรก ออกอัลบั้มแสดงสดของตัวเอง ก่อนจะได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ‘Waiting for My Rocket toCome’ ในปี 2002 แนวเพลงในช่วงแรกเป็นป๊อปร็อกทั่วไปแต่ที่เด่นออกมาชัดเจนคือการร้องของเขาที่ไหลไปตามจังหวะเหมือนกับกำลังด้นสดJason Mraz มีเพลง ‘The Remedy (I Won’t Worry)’เป็นซิงเกิลสุดฮิตจากงานชุดแรก รวมถึงเพลง ‘You and IBoth’ ที่ฮิตในหลายประเทศรวมถึงบ้านเรา กับอัลบั้มชุดที่ 2‘Mr. A–Z’ ก็คงสถานภาพประมาณเดิม เพลงฮิตประมาณนึงแต่ไม่มีเพลงไหนไปได้ถึงระดับซิงเกิลเปิดตัวชุดแรก กระทั่งเขาหันไปสนใจงานเพลงในแนวอะคูสติกมากขึ้น

และกลายเป็นอัลบั้ม ‘We Sing. We Dance. We Steal Things’ ที่มีซิงเกิล ‘I’m Yours’ sbo เป็นเพลงฮิตที่สุดในชีวิตศิลปินของเขามาจนถึงทุกวันนี้ ทำยอดขายกว่า 21 ล้านแผ่นทั่วโลก ทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขา เพลงยอดเยี่ยมแห่งปี กับอัลบั้มชุดต่อมา ‘Love Is A Four Letter Word’ ยังเน้นดนตรีอะคูสติกเป็นแกน แม้จะไม่ได้มีแค่กีตาร์โปร่งเป็นหลักทั้งหมดก็ตามกับอัลบั้มชุดใหม่ของเขาในชื่อสั้นๆ ว่า ‘Yes!’ ฟังผิวเผินอาจจะรู้สึกเหมือน 2 อัลบั้มที่แล้ว หากลองลงลึกถึงรายละเอียดจะเห็นว่าเป็นอัลบั้มที่ทำออกมาละเมียดและนุ่มนวลกว่ากันเยอะ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะได้วงหญิงล้วนRaining Jane มาทำเพลงร่วมกันอย่างจริงจัง ทำให้สีสันของเพลงต่างไปจากเดิม ในส่วนของเพลงช้าก็มีงานเพราะๆ มาให้เสพหลายเพลง ทั้งในซิงเกิลแรก ‘Love Someone’ เพลง‘Long Drive’, ‘You Can Rely On Me’, ‘Best Friend’ และ‘A World With You’ เพลงที่ขยับจังหวะขึ้นมาอีกนิดอย่าง‘Quiet’, ‘Out of My Hands’, ‘3Things’ และ ‘Hello, You BeautifulThing’ ส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะเน้นความเรียบง่ายจนทำให้เพลงฟังแล้วไม่รู้สึกติดใจอยากกลับมาฟังซ้ำบ่อยๆเหมือนอัลบั้มก่อน แม้หลายเพลงก็มีการใส่ทั้งสำเนียงบลูส์หรือการประสานเสียงแบบกอสเปลเข้ามาก็ตาม เพลงที่เด่นสุดของงานชุดนี้กลับเป็นเพลงเก่าที่เขานำมาคัฟเวอร์อย่าง ‘It’s SoHard To Say Goodbye ToYesterday’ ที่มีแค่เสียงร้องกับเปียโนเป็นตัวเดินเรื่องก็เพียงพองานนี้อาจนิ่งไปนิดไม่ต่างไปจากสาวหน้าตาบ้านๆ แต่มองบ่อยๆ ได้ทักทายกันบ่อยๆ ก็เริ่มมีเคลิ้มได้เหมือนกัน

Published: 09. 10. 2014

“อัลบั้มชุด 2 ที่ละเมียดละไมไพเราะแบบทวีคูณ” Ed Sheeran วิเคราะห์บอล

ชื่อของ Ed Sheeran ถือเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มาแรงมากๆ ของอังกฤษ ด้วยวัยเพียง 23 ปี นำเสนอตัวเองในฐานะศิลปินตัวจริงที่ทำงานด้วยตัวเองทุกขั้นตอนพร้อมด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบง่าย เห็นได้จากการขึ้นแสดงโชว์บนเวทีประกาศรางวัล Brit Awards 2012 ในขณะที่ศิลปินคนอื่นๆ โชว์ชุดและรูปแบบการแสดงอลังการ เขากลับขึ้นเวทีด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์กับกีตาร์โปร่ง แสดงให้เห็นถึงเนื้อแท้ของงานดนตรี พร้อมคว้ารางวัลศิลปินเดี่ยวยอดเยี่ยมของอังกฤษ และ BritishBreakthrough of the Year ไปครองกับอัลบั้มชุดแรก “+” ที่ออกเสียงว่า “Plus” มาพร้อมซิงเกิลฮิตแบบข้ามปีไล่เรียงตั้งแต่ The A Team, You Need Me I Don’t Need You, LegoHouse, Drunk และ Give Me Love วิเคราะห์บอล พร้อมด้วยการไปแต่งเพลงให้ศิลปินดังหลายคน และการออกทัวร์คอนเสิร์ตกับ Taylor Swift พร้อมฝากเพลงที่ทั้งคู่ร่วมงานกันอย่าง Everything Has Changedในขณะที่เพื่อนสนิทของเขา Taylor Swift กล้าจะเปลี่ยนตัวเองอย่างสิ้นเชิงในอัลบั้มชุด Red น่าสนใจว่า Ed Sheeran จะมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอในอัลบั้มชุดใหม่ ‘’X’’ ที่อ่านว่า Multiply งานชุดนี้เปิดหัวด้วย One เพลงช้าแนวอะคูสติกที่ไพเราะเข้าถึงอารมณ์แบบไม่ต้องบิ้ว ต่อด้วย I’m a Mess ขยับจังหวะขึ้นมาอีกนิด ยังเป็นเพลงที่เสียงร้องและเนื้อหาบาดถึงอารมณ์ผ่านดนตรีที่เรียบง่าย Singเพลงที่นำเสนอสีสันใหม่ด้วยการร่วมงานกับ Pharrell Williams ผสมดนตรีอะคูสติกกับกลิ่นอายฟังกี้และซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์แบบพอดีๆ

ตามติดด้วย Don’t เพลงในโทนต่อกันเนียนๆ ด้วยป๊อปร็อกจังหวะกลางที่มีเมโลดี้เหมือนฮิปฮอปวิเคราะห์บอล พร้อมเสียงประสานแบบโซลท่อนฮุกที่ติดหู ลดดีกรีลงมาอีกนิดกับ Nina ที่ยังคงแนวใกล้เคียงกันกลับสู่โหมดเพลงช้าเพราะๆ อีกครั้งกับ Photograph, Bloodstream,Tenerife Sea เพลง Runaway ที่ให้อารมณ์แบบโซลป๊อปผสมกอสเปลThe Man เปลี่ยนมาเป็นเพลงโทนหม่นๆ ขึ้นมาเป็นการรัวเมโลดี้เป็นแร็พนึกถึงสไตล์ของ Eminem เต็มๆ ก่อนจะปลดปล่อยในท่อนฮุกที่เป็นป๊อปประสานเสียงติดหู Thinking Out Loud เป็นอีกหนึ่งเพลงช้าบาดอารมณ์ที่ย้ำอีกครั้งว่าเพลงเพราๆ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรให้มากมายมาถึงช่วงท้ายของอัลบั้ม มี Afire Love เพลงจังหวะกลางกึ่งช้าฟังละเมียดละไม Take It Back เพลงที่เนื้อเพลงประโยคแรกออกตัวว่าเขาไม่ใช่แร็พเปอร์แต่พี่แกก็แร็พต่อยาวเหยียดได้เร็วกว่าศิลปินฮิปฮอปเสียอีก สลับกับท่อนฮุกที่เหมือนเอาไว้ให้พักหายใจ เป็นเพลงที่ดิบและสดมาก ใช้แค่เสียงกีตาร์โปร่งกับการร้องและแร็พอย่างเดียวตลอดทั้งเพลงShirtsleeves เพลงจังหวะกลางที่ทำซาวนด์ก้องๆ เหมือนอยู่ในห้องประชุม ไพเราะในสีสันที่ต่างจากเพลงอื่นๆ ได้ดี ปิดด้วย 2 เพลงช้า Even My Dad Does Sometimes และ I See Fireจากความสำเร็จของ ‘’+’’ ทำให้อัลบั้ม ‘’X’’เป็นเดิมพันที่สูงมาก Edเขียนเพลงไว้กว่า 120 เพลง ก่อนคัดเลือกเพลงให้เหลือสิบกว่าเพลงในขั้นตอนสุดท้าย ผลที่ได้ก็คืองานอะคูสติกป๊อปที่มีทั้งความเรียบง่ายไพเราะแบบอัลบั้มแรก และสีสันใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาแบบพอดีไม่มีขาดไม่มีเกิน

Published: 05. 09. 2014

LINKIN PARK sbobet

LINKIN PARK ร็อกเต็มดีกรีแบบลุยเองทุกขั้นตอนหลังจากสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงร็อกตั้งแต่ยุคนูเมทัล มีเพลงดังทั่วทุกมุมโลกและเพลงประกอบภาพยนตร์จอยักษ์‘ทรานส์ฟอร์เมอร์’ ทั้ง 3 ภาค ตอนนี้ Linkin Park กลับมาพร้อมผลงานที่พวกเขาคุยว่าเป็นอัลบั้มหนักหูที่สุดเท่าที่พวกเขาได้ทำกันออกมาในส่วนของชื่ออัลบั้มใหม่ The Hunting Party เป็นการสื่อถึงการกลับไปสู่แนวเพลงร็อกหนักๆ ของวงเหมือนเป็นการกลับไปสู่ปาร์ตี้ของพวกเขาที่พร้อมจะไล่ล่าพลังและจิตวิญญาณของดนตรีร็อก เน้นการแต่งเพลงแบบแจมกันมากขึ้นหันไปบันทึกเสียงแบบอนาล็อกยุคเก่า อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่พวกเขาโปรดิวซ์เอง เรียกว่าร็อกเต็มดีกรีแบบลุยเองทุกขั้นตอนเมื่อได้ฟังทั้งอัลบั้มก็ต้องบอกว่ามันเป็นงานที่ร็อกกระหน่ำมาก น่าจะหนักกว่าอัลบั้มแรก Hybrid Theory ด้วยซ้ำทั้งจาก ‘Guilty All the Same’ ซิงเกิลแรกกับซาวนด์ร็อกสุดขั้ว ดนตรีใส่กันเต็มสูบ ริฟฟ์กีตาร์นึกไปถึงฮาร์ดร็อกยุค 80sเพลง ‘War’ ร็อกที่ใส่กลิ่นอายของพังก์ ดิบ, สากทั้งดนตรีและเสียงร้อง ส่วน ‘ Wastelands’ กับ ‘Keys to the Kingdom’ แม้จะเป็นแร็พร็อกโจ๊ะๆ แบบที่ Linkin Park ชอบทำ แต่ซาวนด์หนักกว่าเยอะที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือแขกรับเชิญในอัลบั้ม อย่างเพลง‘All for Nothing’ ที่ได้ Page Hamilton แกนหลักวงเมทัลรุ่นใหญ่ Helmet มาแจมได้มันสะใจ ‘Rebellion’ ที่ได้ Daron Malakian แห่ง System of A Down วงเมทัลพันธุ์หลุดโลกมาทำให้เพลงมีกลิ่นอายของแขกรับเชิญเยอะทีเดียว ‘Drawbar’ เพลงนี้ได้ Tom Morello มือกีตาร์วง Rage Against The Machine มาแจม เป็นเพลงบรรเลงหลอนๆ โชว์กีตาร์สำเนียงเฉพาะตัว ในส่วนของเพลงที่น่าจะเรียกได้ว่าหนุ่มลงมาหน่อย พอให้พักหายใจก็มี ‘Until It’s Gone’ ซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้ม มีซาวนด์ฟุ้งๆ ฟังล่องลอย และ ‘FinalMasquerade’ เพลงช้าในแนวร็อกที่ลงตัวงานนี้เข้มข้นสะใจสมกับที่พวกเขาคุยไว้จริงๆ sbobet

KASABIAN 48:13 (Sony Music) Kasabian วงดนตรีจากอังกฤษที่ทั้งแฟนเพลง และแฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันดีก็คือเพลง ‘Fire’ ซึ่งถูกนำใช้ประกอบไฮไลต์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษเมื่อฤดูกาลก่อนพวกเขากลับมาพร้อมผลงานอัลบั้มลำดับที่ 5 ชื่อว่า ‘48:13’ไม่ได้ใบ้หวย แต่เป็นความยาวของเพลงในอัลบั้มรวมกัน ในภาพรวมยังเป็นงานในแนวอินดี้ร็อกที่มีซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์เน้นจังหวะโจ๊ะๆ อย่างซิงเกิลเปิดตัว ‘Eez-eh’ ไปจนถึงเพลงช้าที่เรียบง่ายอย่าง  ‘Glass’ และ ‘Sps’ หลายเพลงมีสีสันดนตรีร็อกยุคเก่าๆ เพิ่มเข้ามาด้วย sbobet

Published: 14. 08. 2014

Bullet For My Valentine มาให้โยก ถึงที่ sbobet

Bullet For My Valentine วงดนตรีเมทัลจากเวลส์ที่รวมตัวกันในปี 1998 โดยมีสมาชิกคือ Matthew Tuck (ร้องนำ,กีตาร์) Michael Paget (กีตาร์)Michael Thomas (กลอง) และ JasonJames (เบส) พวกเขารวมตัวกันในชื่อวง Jeff Killed John และเริ่มด้วยการคัฟเวอร์เพลงของวง Metallica กับ Nirvanaมีเพลงบันทึกเสียง 6 เพลงแต่ไม่ได้ออกวางจำหน่าย จากนั้นพวกเขาเปลี่ยนชื่อวงเป็น Bullet For My Valentine และแฟนเพลงสายเมทัลทั้งหลาย ถึงเวลามาร่วมสั่นกะโหลก โขยกความมันกันให้สะเทือนให้ถึงนรก กับวงร็อกระดับเฮดไลน์ที่คอเพลงสายร็อกทุกรุ่น ทุกสถาบันต่างให้การยอมรับ Bullet For My Valentine สุดโคตรของวงเฮฟวี่เมทัลที่แฟนๆ คอร็อกสบถสาบานว่าอยากดูเป็นที่สุดและพร้อมจะเอากะโหลกหนาๆ ไปกระแทกกำแพงถ้าทะลึ่งพลาดความมันระดับห้าดาวนี้ ในBullet For My Valentine Live In Bangkok sbobet

Bullet For My Valentine เปิดตัวอัลบั้มแรก ‘The Poison’ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ตื่นตะลึงในวงการเฮฟวี่เมทัลโดยได้รับแผ่นเสียงทองคำสำหรับยอดขายที่เกิน 1 ล้านก๊อปปี้ก่อนกระแทกความสำเร็จด้วย‘Scream Aim Fire’ อัลบั้มต่อมาในปี 2008 ที่ไต่ขึ้นสูงถึงอันดับที่ 5 บนชาร์ตเพลงของอังกฤษ แถมมาเปิดตัวมาที่อันดับ 4 ในชาร์ตบิลบอร์ด และอัลบั้ม ‘Fever’ ในปี 2010 ก็ขึ้นอันดับที่ 1 บนร็อกชาร์ตของอังกฤษ และอันดับ 3ชาร์ตบิลบอร์ด ก่อนตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยอัลบั้ม ‘Temper Temper’ ใน ปี 2013 Bullet For My Valentine ได้ระเบิดการแสดงในเทศกาลดนตรีมาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้งในสหราชอาณาจักรสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก นอกจากนี้พวกเขายังได้รับรางวัลหลายรางวัลในระดับโลก อาทิ Metal Hammer God Awards สาขาวงที่ดีที่สุดของอังกฤษในปี 2006 และอีกครั้งในปี 2010 และยังได้รับรางวัล Kerrang Awards ถึง 7 ครั้ง หนึ่งในรางวัลที่ได้รับจากงานนี้คือรางวัลวงดนตรีที่ดีที่สุดของอังกฤษ 3 ครั้งคอนเสิร์ต Bullet For My Valentine Live In Bangkok พร้อมแล้วในวันพฤหัสฯ ที่ 1 พฤษภาคม 2014 ที่ Center Point ซอย ลาซาล บัตรราคา 1,800 บาท จำหน่ายบัตรทาง Thai Ticket Major ทุกสาขา และที่ www.thaiticketmajor.com sbobet

Published: 14. 05. 2014